posted on 07 Aug 2009 00:56 by maxcoffee in ThaiMovie
เรื่องย่อ
ท่ามกลางปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างหนักไปทั่วทุกท้องที่ของประเทศ
รวมถึงชุมชนเล็กๆ อย่างอำเภอสามชุก เด็กนักเรียน 7 คน
ที่ชีวิตกำลังอยู่ในวัยสดใส สนุกสนาน มีความฝันและความรัก
แต่วันนี้พวกเขาต่างต้องเผชิญกับปัญหา โดยแต่ละคนไม่สามารถหาทางออกได้
ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
พวกเขากำลังตกนรกทั้งเป็นด้วยการถลำลึกไปกับวังวนของยาเสพติด
สังคมรุมประณาม
เด็กที่กำลังหลงทาง
ครูธรรมดาคนหนึ่งกล้าที่จะลุกขึ้นประกาศกับสังคมว่าเด็กทั้ง 7
เป็นเพียงเหยื่อของความเสื่อมในสังคมเท่านั้น ครูผู้นี้ได้
ต่อสู้เคียงข้าง และพยายามเข้าถึงปัญหาของเด็กแต่ละคน
ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะนำพาเด็กทั้ง 7 คนลุกขึ้นยืนได้ใหม่อีกครั้ง
นี่คือการตีแผ่เรื่องจริงในซอกมุมเล็กๆ มุมหนึ่งในสังคมไทย
ของครูกับลูกศิษย์อีก 7 คน
ที่ปลุกกระแสชุมชนให้ลุกฮือขึ้นมาต่อสู้กับปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง
เนื่องจากพิษภัยของมันนั้นมหาศาลนัก
นอกจากทำให้ผู้เสพได้รับความทุกข์ทรมานแล้ว
ยังเป็นที่มาของการก่ออาชญากรรมขั้นรุนแรงด้วย
เกี่ยวกับภาพยนตร์
เรื่องราวชีวิตของวัยรุ่นไทยกลุ่มหนึ่งที่กำลังอยู่ในวัยที่เป็นหัวเลี้ยว
หัวต่อของชีวิต
กลายเป็นทาสของยาเสพติดที่ระบาดเข้ามาในโรงเรียนอย่างเงียบๆด้วยความรู้เท่า
ไม่ถึงการณ์ แต่ด้วยความรักและความเข้าใจของอาจารย์ในโรงเรียน
จึงทำให้พวกเขารอดพันจากจุดจบที่น่าเศร้าในชีวิตไปได้
สร้างจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2536 ในโรงเรียน
สามชุกรัตนโภคาราม อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี
จากเรื่องจริง ของเด็ก 7 คนในอำเภอสามชุก
ที่มีชีวิตวัยมัธยมเหมือนเด็กทั่วไป มีความรัก มีความคะนอง ทั้ง 7 คน
ได้แก่ วาล พัน ยอด เอก นักเรียนตัวแสบชั้น ม. 5 และรุ่นน้องม.4
ที่สนิทกันอีก 3 คน เทพ ปอด โบ๊ะ ชีวิตเด็กทั้ง 7 คนกำลังจะเปลี่ยนไป
เมื่อวาลต้องเริ่มทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สิน
แม่และวาลต้องแบกหนี้สินของพ่อที่เสียไปแล้วทิ้งไว้ให้ตามลำพังแม่ลูก
วาลต้องทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนหลายอย่าง
และนี่คือช่องทางแรกที่ยาบ้าแทรกเข้ามาในกลุ่มเด็ก 7 คน
ไอ้ดำเพื่อนที่อู่แนะนำให้วาลรู้จักยาบ้า
ที่จะทำให้วาลทำงานได้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่เหน็ดเหนื่อย
กว่าจะรู้ตัวชีวิตวาลก็ตกอยู่ใต้อำนาจของมันอย่างช้าๆ
แล้ววาลเป็นสะพานที่นำยาไปสู่เพื่อนๆ อีกหกคน
แทนที่ยาจะช่วยให้วาลมีเงินช่วยแม่ใช้หนี้
แต่มันกลับกลายเป็นความต้องการยามากขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อนทั้งหกหันมาทดลองยาด้วยหลากหลายเหตุผล
เทพที่บ้านมีฐานะที่สุดเป็นสปอนเซอร์ให้เพื่อนๆ ทำให้พวกวาลไม่เคยขาดยา
ทุกคนรู้ว่ามันคือสิ่งผิด และไม่ดี แต่พวกเขาไม่สามารถเลิกได้
เรื่องราวเริ่มลุกลามจนถึงตำรวจ
ทุกคนพร้อมจะตราหน้าพวกเขาว่าเป็นเด็กเหลือขอ ไม่มีอนาคต
อาจารย์พินิจได้ยื่นมือเข้าช่วยเด็กๆไว้ เด็กๆจึงไว้ใจอาจารย์
ทำให้อาจารย์ได้รู้เรื่องราวและปัญหา
อาจารย์พินิจพยายามปรับความคิดของเด็กโดยให้ใช้ปัญญาและยืดอกรับปัญหาต่างๆ
รวมทั้งปรับความเข้าใจของคนใกล้ชิดเด็ก
และชาวบ้านในชุมชนสามชุกไปพร้อมๆกัน
ให้ทุกคนได้รู้ว่าปัญหายาเสพติดไม่ได้เป็นความผิดของเด็กฝ่ายเดียว
ผู้ปกครองต้องเอาใจใส่ ชุมชนต้องป้องกัน
ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ด่าทอโยนความผิดให้กัน อาจารย์พินิจพยายามตะโกนดังๆ
ให้ทุกคนในชุนชน และสังคมรู้ว่าปัญหาของเด็ก 7 คนนี้เป็นเพียงลางบอกเหตุ
หากทุกคนเลือกที่ปัดปัญหาออกไปง่ายๆ
โดยการตัดโอกาศเด็กพวกนี้และปล่อยให้เด็กทั้ง 7
จมหายไปกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
อนาคตก็ต้องมีเด็กๆ ลูกๆหลานๆ ของคนในชุมชน
ที่ต้องพลาดติดมันอีกอย่างแน่นอน อาจารย์พินิจขอโอกาสให้เด็กๆ
ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง และรับปากจะทำให้เด็ก 7 คน
เลิกยากลับมาเป็นคนดีและอยู่ร่วมในชุมชนอย่างสงบสุขให้ได้
อาจารย์พินิจนำเด็ก 7 คน เข้ามาอยู่ค่ายประจำที่โรงเรียน
และดูแลอย่างใกล้ชิด ให้เด็กทำกิจกรรมต่างๆ เป็นกิจวัตร
ทุกเช้าต้องออกกำลังกาย ปลูกกุหลาบ และทำอาหารกินกันเอง
การเลิกยาอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ท่ามกลางปัญหา และสิ่งยั่วยุมากมาย
ถ้าหัวใจ และมิตรภาพของเด็กทั้ง 7 ไม่เข้มแข็งพอ
พวกเขาก็จะไม่สามารถผ่านพ้นมันไปได้
อาจารย์พินิจทำได้มากสุดก็แค่ยืนเคียงข้าง และเฝ้ามองวันที่เด็กทั้ง 7
จะก้าวผ่านพ้นมันไปได้ในที่สุด วันนี้ดอกกุหลาบต้นเล็กๆ
ที่เด็กและอาจารย์ช่วยกันฟูมฟักออกดอกโชว์ความงาม มันคือตัวแทนของความฝัน
และความหวังของทุกคน หากไม่ได้รับโอกาสในวันนั้น คงไม่มีวันนี้ เด็กทั้ง 7
เรียนจบ มีงานดีๆทำ และวันนี้เด็ก 7 คนกลายเป็นพลังผลักดัน
และเป็นแรงบันดาลใจให้สามชุกกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง
คอยต่อต้านภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืนตลอดไป
www.samchukmovie.com
posted on 01 Aug 2009 22:49 by maxcoffee in editorTalk
39 ข้อคิดจิตวิทยาแห่งความสำเร็จ (บัณฑิต อึ้งรังษี)
1. ฝันให้ใหญ่.....ใหญ่สุดๆ Imagination is Power ถ้าเราตั้งเป้าไว้ว่าจะบินให้ไปถึงดวงดาว แต่แล้วเราไปถึงได้แค่ยอดเขา เราก็ยังถึงที่สูงกว่าที่เราเป็นอยู่ตอนนี้มากมายนัก อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยกล่าวข้อความที่คนทั้งโลกรู้จักกันดีว่า "Imagination is more powerful than knowledge" หรือ "จินตนาการมีพลังกว่าความรู้" นั่นคือการใช้จินตนาการเป็นพลังสร้างฝันให้เป็นจริง
2. มนุษย์จะพัฒนาการไปตามอย่างที่ตนคิด As a Man Thinks,He is ทุกอย่างเริ่มที่ความคิดเท่านั้น ข่าวดีก็คือ....คุณสามารถเปลี่ยนอนาคตของคุณได้ โดยการเปลี่ยนความคิดของคุณ นับแต่นี้เป็นต้นไป
3. วิ่งหนึ่งไมล์ในสี่นาที 4-Minutes Mile ตัวคุณเองลอง"วิ่งหนึ่งไมล์ใน4นาที"บ้างสิครับ ด้วยเรื่องง่ายๆ เช่น ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ทำอะไรที่คิดว่าตัวเองทำไม่ได้หรือเกี่ยงมานาน
4. ใช้หัวใจเลือกอนาคต Do What You Love, and the Money Will Follow "ทำสิ่งที่ตนรักแล้วเงินจะตามมาเอง"
5. เดินหน้าหาทาง Do What You Can, Where you can ส่วนที่ผมสนใจมากคือชีวประวัติของวาทยกรที่ยิ่งใหญ่ของโลกแต่ละคน
6. เรียนรู้อย่างรวดเร็วเพื่อเอาชนะ Super-Learning หาสิ่งที่เป็นผลงานของคนที่เก่งที่สุดในสาขาที่คุณสนใจมาศึกษาเลียนแบบ ปรมาจารย์ทำให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้นไม่ต้องมาเสียเวลากับเรื่องที่คนทำได้กัน แล้วทำให้เรา "ต่อยอด" ได้เร็วขึ้น มีเวลาคิดค้นเทคนิคใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีใครทำกัน
7. ฝ่าด่านอคติฝรั่ง Over-Prepare "ผลงานต้องดีกว่า" คือขึดที่ผมใช้ต่อสู้กับอคติ
8. เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตามตาม Profile Global, Act Local การทำงานร่วมกับคนจำนวนมากต้อง "เก่งงาน" เพื่อให้เขา "ยอมรับ" ต้อง "เก่งคน" เพื่อให้เขา "ยอมฟัง" ยอมทำตามกันเป็นทีม
9. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน Goal-Setting "เป้าหมายเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดอันหนึ่งของความสำเร็จ คุณต้องตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน วัดได้ แต่อย่าปล่อยให้ล่องลอยอยู่ในอากาศให้เขียนลงไป
มันจะทำหน้าที่เป็น "สาร" แห่งแรงบันดาลใจที่สร้างพลังและมักให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่คิดเสมอ
10. "วางแผน" เป็นเรื่องง่ายๆ Planning ไม่มีความรู้สึกอะไรจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการบรรลุเป้าหมาย เพราะนั้นจะเป็นความรู้สึกที่จะทำให้คุณมีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น ข้อแตกต่างระหว่าง "ความฝันลมๆแล้งๆ" กับ "ความมุ่งมั่นฝันใฝ่ถึงความสำเร็จ" ก็คือ "การวางแผน" การวางแผนเป็นเรื่องง่ายๆ ระดับสามัญสำนึก(Common Sense) ถ้าตั้งเป้าหมายของคุณให้ชัดเจนและต้องการมันมากอย่างเพียงพอ การวางแผนก็จะเป็นธรรมชาติ
11. สู้ตาย...ตัดทางถอย Burn the Bridge Behind You ตราบใดที่เรายังไม่ตั้งปณิธานให้แน่วแน่ มัวแต่ประนีประนอมสร้าแผนสำรองและเปิดโอกาสให้ตนเองถอยได้ก็จะประสบความเร็จ
ยิ่งใหญ่ไม่ได้เลย ถ้าคุณมุ่งมั่นตัดสินใจทำอะไรแล้วให้ "เผาสะพานทิ้ง" อย่าล้มเลิกกลางคัน
12. อ่านอ่านอ่าน What You Read, You are คุณต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเรื่องที่ "น่าอ่าน" กับเรื่องที่ "ควรอ่าน" เพราะการอ่านก็คือการเพาะเมล็ดพันธุ์ทางความคิดเข้าไปในตัว ไม่มีอะไรคุ้มค่าไปกว่าการอ่านหนังสืออีกแล้วละครับ และที่สำคัญ...ไม่มีอะไรมาแทนการอ่านหนังสือได้ด้วย
13. ฝึกซ้อมในใจ Do Within When You are Without ไม่ว่าจะเป็นทักษะอะไรก็ตามการพูดในที่สาธารณะ นำเสนอแผนงานขายสินค้า เล่นเทนนิสคุณสามารถ"ฝึกในใจ" ได้ทั้งนั้น
14. ความรับผิดชอบ Responsibility จุดเริ่มต้นการคิดของคุณ ต้องเริ่มต้นด้วยการยอมรับผิดชอบว่าคุณมาถึงสถานการณ์ตอนนี้ที่คุณเป็นอยู่ ไม่ว่าดีหรือร้ายมันเกิดจากคุณทั้งสิ้น ถ้าคุณยอมรับว่าคุณคือคนที่กุมบังเหียนชีวิตของคุณเองคุณจะรู้ถึงศักยภาพที่ จะเปลี่ยนอนาคตของคุณเองได้และถ้าคุณจะเปลี่ยนอนาคตของคุณ สิ่งแรกที่คุณต้องเปลี่ยนก็คือความคิดของคุณเอง
15. คิดในทางบวก Think Positive ถ้าเราต้องการอะไรจากชีวิตเราก็ต้องคิดอย่างนั้น คิดตลอดเวลาถึงสิ่งที่เราต้องการ อย่าไปพูดถึงสิ่งที่ไม่ต้องการ"ผมกลัวโน่น ผมกลัวนี่ผมไม่อยากจน
ผมไม่อยากป่วย อย่าให้ชีวิตคุณถูกครอบคลุมด้วยความกลัว แต่ให้ถูกผลักดันด้วยความฝัน
16. เส้นไม่ใหญ่ไม่เป็นไร Connection สายสัมพันธ์หมายถึงการยอมรับ ซึ่งมีที่มามากกว่าเรื่องความสามารถและผลงาน ถ้ามัวแต่เก่งแล้วไม่ไปเสริมสร้างสายสัมพันธ์ให้คนอื่นเขารักชอบ
มักก็จบเพราะฉะนั้น ความสามารถกับการสายสัมพันธ์ต้องไปด้วยกัน
17. เพียง Resume ในกระดาษ ไม่ให้งานที่ดีกับใคร งานที่ดีมักจะมาจากการที่คนเรารู้จัก อาจจะเป็นเจ้านายหรือมีคนที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าและเห็นผลงานของเรา ดังนั้นประเด็นจึงมีอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้ผลงานของเราเป็นที่รู้จักนี่เป็น เรื่องของสายสัมพันธ์เครือข่ายความไว้เนื้อเชื่อใจในความสามารถจนเกิดการแนะ นำบอกต่อกันมา ไม่ใช่เรื่องของกระดาษ "Resume" แผ่นเดียว
18. รอให้เรียนจบก็สายแล้ว Always Think Ateps Ahead การเรียนทำให้คุณได้ความรู้ได้ทฤษฎีได้ใบปริญญา แต่ยังไม่ได้ "ผลงาน" การไปฝึกงานคือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้คุณรู้จักคนในหน่วยงานนั้น จากนั้นต้องทำให้เขาเห็นผลงานของเรา ซึ่งต้องทำให้โดดเด่นขึ้นมาจากคนอื่น จนที่สุดเขาชอบเราและนึกถึงเราเป็นคนแรกเวลาที่ต้องการคน
19. ตามหาคนเก่งมาเป็นพี่เลี้ยง Learn From the Masters เมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะพัฒนาตนเองทางด้านไหน คุณจะต้องไปสืบเสาะเอาคนที่เก่งที่สุดในสาขานั้นมาเป็น "พี่เลี้ยง" คุณให้ได้ และที่สำคัญคือควรเก่งทางด้านปฏิบัติ ไม่ใช่ด้านทฤษฎีอย่างเดียว การรู้จักคนที่ถูกต้องทำให้เราประหยัดเวลาได้อีกเยอะ
20. ชื่อเสียงรักษาเท่าชีวิต Reputation ตัดสินใจตั้งแต่ตอนนี้ถ้าคุณจะมีชื่อเสียง จะให้คนพูดถึงคุณว่าอย่างไรว่าคุณเป็นคนซื่อสัตย์หรือคนโกงว่าคุณเป็นคนตรง เวลาหรืออู้งาน
21. "นอกวง"เลย"นอกกรอบ" Think Outside the Box อย่ายอมรับสิ่งที่คนอื่นบอกว่าเป็นข้อจำกัดของเรา "การคิดต่างกันทำให้อนาคตต่างกัน"
22. คิดใหญ่ทลายข้อจำกัด Accept NoLimits หากข้อจำกัดนั้นเป็นความจริงที่วางอยู่ตรงหน้าคุณ วิธีการทลายก็คือคิดให้ใหญ่กว่า ซึ่งก็คือการคิดนอกกรอบในอีกรูปแบบหนึ่งเหมือนกัน ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรจำกัดตัวเราได้ ความเป็นไปได้มีหมด เพราะศักยภาพของมนุษย์นั้นมีสูงมาก เพราะฉะนั้น อย่าไปเชื่อข้อจำกัดที่คนอื่นบอกเรามา ข้อจำกัดไม่มีหรอก มีแต่ความคิดเรื่องข้อจำกัด
23. ขอคืบให้ศอก Go the Extra Mile ผลงานของคุณจะต้องเยี่ยมและดีพร้อมเสมอ แต่นอกเหนือจากนั้นต้องให้เกินความคาดหมายของผู้รับ อย่าเป็นคนที่ทำได้แค่เท่าที่สั่ง สิ่งนี้ยังเป็นการพัฒนาเราอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
24. เพิ่มคุณค่าให้ตนเองเสมอ Constant Improvement งานของผมไม่มีคำว่าอยู่เท่าเดิม ถ้าผมไม่โตหรือพัฒนาความก้าวหน้าอาชีพก็จะเหี่ยวเฉาและตายไปและความจริงนี้ ใช้ได้กับธุรกิจหลายประเภทที่มีการแข่งขันกัน
25. ภาษานั้นสำคัญไฉน Language Skills
26. พรสวรรค์เรื่องเล็กทำงานหนักเป็นเรื่องใหญ่ Talent Genius is 10% inspiration and 90% perspiration
27. อุปสรรคและความผิดหวัง Overcoming Obstacles ยิ่งฝันใหญ่เท่าไรก็ต้องเจออุปสรรคมากเท่านั้น สิ่งที่สำคัญคือวิธีคิด เมื่อต้องเจออุปสรรคและความผิดหวัง "อย่าให้มันหยุดเราได้" ถ้าอุปสรรคและปัญหาเป็นเรื่องที่แน่นอน สิ่งที่จะช่วยให้เราจัดการกับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือการเตรียมการ ก่อนล่วงหน้า
28. วิธีเลือกคู่ครองให้ถูก พลังแห่งจิตใต้สำนึกน่าจะนำมาใช้ได้ในการหาคู่ครอง
29. ความถ่อมตัว Humility "อย่าคิดว่าเราเก่ง คนที่เคยทำได้เหมือนเราและดีกว่าเราก็มีมากในโลกนี้" คนยิ่งขึ้นสูงต้องยิ่งถ่อมตัว"
30. อย่าเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่น Don't Compare เพราะเราเปลี่ยนอดีตไม่ได้แต่เราเปลี่ยนอนาคตได้ อย่ามัวเสียเวลาคิดถึงอดีตที่เปลี่ยนไม่ได้ คิดถึงอนาคตที่สดใสของคุณดีกว่า
31. กระสุนนัดเดียวต้องโดน Limites Bullets
32. คำปฏิเสธ....นั้นไซร้ธรรมดา Coping with Rejections ผมมีสองทางให้เลือก จะยอมแพ้หรือจะถามคนต่อไปที่อาจจะมีความต้องการ "ตรงกับเรา"
33. กิบกบตั้งแต่เช้า Eat that frog ศัตรูตัวเล็กๆที่มีประสิทธิภาพสูงในการสกัดกั้นความสำเร็จคือนิสัยการผัดวัน ประกันพรุ่งเพื่อสร้างวินัย งานชิ้นแรกที่คุณควรทำในแต่ละวันคืองานที่คุณไม่อยากทำที่สุด งานที่ยากที่สุด
34. โชคชะตาไม่สำคัญ LUCK โชคเกิดขึ้นเมื่อการเตรียมพร้อมพบกับโอกาส
35. มีความสุขเดี๋ยวนิ้ Be Happy-Now! ถ้าคุณสังเกต ความสุขไมได้มาจากสิ่งภายนอก มันมาจากภายในขึ้นอยู่กับคุณเห็นค่ากับสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้วมากน้อยแค่ไหน
36. โลกนี้ไม่เคยต้องยุติธรรม The World is Never Fair การตอบรับสถานการณ์ที่เรามีหรือเป็นอยู่สำคัญกว่าสถานการณ์ที่ชีวิตให้มา เพราะฉะนั้น ทิศทางของชีวิตเราอยู่ในความควบคุมของเราเอง
37. อย่าล้มเลิก Never Give Up เหตุผลส่วนหนึ่งก็คือว่า บางครั้งความสำเร็จอาจจะอยู่แค่เอื้อม แต่เพราะความท้อแท้และเหนื่อยหน่ายทำให้เราล้มเลิกไปเสียก่อน ความสำเร็จอยู่หัวเลี้ยวสุดท้ายที่เอง
38. อย่างหวัดแต่พึ่งคนอื่น Your are Responsible คุณต้องรับผิดชอบอาชีพของคุณเอง
39. อธิษฐาน Prayer การอธิฐาน ขาดไม่ได้สำหรับการให้ได้สิ่งที่ต้องการ เมื่อคุณรู้สึกหมดหนทาง.....จงอธิฐาน
edit @ 1 Aug 2009 22:57:30 by Maxcoffee
posted on 17 Jul 2009 12:15 by maxcoffee in editorTalk
ไอเดียดี ความพยายามสูง ...
edit @ 17 Jul 2009 12:18:22 by Maxcoffee
posted on 15 Jul 2009 21:33 by maxcoffee in ThaiUpdate
ไข้หวัดใหม่ สายพันธุ์ใหญ่ 2009 H1N1 เป็นที่น่ายินดีที่ประเทศเราก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งของผู้ติดเชื่อและมีอัตราการตายสูงที่สุดในเอเชีย และอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก ไม่อยากให้หลายคนตกใจ แต่ก็ขอให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพร่างกายตัวเองให้แข็งแรง เพื่อรับกับโรคภัยที่จะเกิดขึ้น
เรามารู้จักเจ้าไข้หวัดนี้กันสักหน่อย
โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือมีอีกหลายชื่อ เช่น ไข้หวัดเม็กซิโก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอชวัน เอ็นวัน 2009 ไข้หวัดใหญ่จากสุกร (Swine Influenza) เป็นต้น เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ปกติมีการระบาดในหมูเท่านั้น สามารถพบได้ทั้งในหมูเลี้ยง และหมูป่า ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง H1N1, H1N2 และ H3N2 แต่บางครั้งหมูอาจมีเชื้อไข้หวัดอยู่ในตัวมากกว่า 1 ชนิด ซึ่งอาจทำให้เกิดการผสมกันของยีนได้ ทำให้เกิดเป็นไวรัสชนิดใหม่ที่สามารถข้ามสายพันธุ์มาติดต่อยังมนุษย์ได้ เริ่มต้นจากการสัมผัสกับหมูที่เป็นโรค
H1N1 ที่เริ่มแพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ก่อนจะแพร่ระบาดไปหลายๆ ประเทศทั่วโลกนั้น เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคน และไม่เคยพบมาก่อน เนื่องจากเป็นการผสมกันของสารพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์, ไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และไข้หวัดหมูที่พบในทวีปเอเชีย และยุโรป ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 เนื่องจากหวั่นวิตกว่า เชื้อ H1N1 อาจจะกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้น
อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009
เมื่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 เข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะปรากฎอาการที่คล้ายกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่มีอาการรุนแรงกว่าและรวดเร็วกว่า นั่นคือ มีไข้สูงราว 38 องศาเซลเซียส ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ ปอดบวม เบื่ออาหาร บางรายอาจท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน จากนั้นเชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสโลหิต จึงทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะมีการทรงตัวผิดปกติ เดินเอนไปเอนมาเหมือนคนเมาสุรา นอกจากนี้อาจสูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกได้ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009
โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อจากคนสู่คน ซึ่งวิธีการป้องกันการติดต่อของโรคได้ดีที่สุด คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด และล้างมือบ่อยๆ รวมทั้งผู้ที่ป่วยเป็นหวัด ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันโอกาสการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่จะเข้าไปผสมกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลในตัวผู้ป่วย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดเชื้อใหม่ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ดื้อยาเพิ่มขึ้น และแพร่ระบาดจากคนสู่คนมากขึ้นต่อไป
posted on 29 Jun 2009 21:53 by maxcoffee in editorTalk
ไม่รู้ช่วงนี้คุณโน๊ต หายไปไหน ... ไม่ได้ยินข่าวคราว ...
อย่างที่เขาว่าคน วัยรุ่นเชียงใหม่ มักจะมี คุณอุดม เป็นไอ ดอ ..
ผมก็วัยรุ่นตอนปลายๆ ก็มีคุณโน๊ต เป็นไอ่นั้นเหมือนเขาเช่นกัน
ด้วยสไตล์ การเดี๋ยว ที่ผมถือว่าเป็นสุดยอดการ ทอร์ก เลยก็ว่าได้
มันทำให้เวลาผม นั่งฟังบรรยาย หรือการ Present งาน ที่น่าเบื่อ
ทำให้ผมรู้สึกอึดอัด กับการพูดเหมือนท่องๆ มา ไม่ มัน อย่างแรง ...
สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ของ อุดม แต้พานิช !! เป็นแนวคิดที่คุณโน๊ต
ได้เขียนไว้นานแล้วแหละ แต่เมื่อกลับมาอ่าน กี่ครั้งๆ มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
วันนี้ผมค้นหา จาก Google ด้วยคำว่า "สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ของ อุดม แต้พานิช !!"
ปราำกฎผลการค้นหา ถึง 26,100 รายการ ...
ในโอกาศนี้ผมขอผมบทความ ไว้ ณ ที่นี้ อีกสักที่ก็แล้วกันนะครับ ...
"สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ของ อุดม แต้พานิช !!"
1.มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
2.เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์ เสียงมันมักจะหยุด เราจะ ช้าไป 1 จังหวะเสมอ
3.ถ้าแอบรักใครอย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า
4.เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักที ให้พูดว่าไม่เอา จะได้เร็ว
5.ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียที ให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะ จะมีพนักงานพุ่งมาทันที
6.ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้านไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย
7.ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ, พุ่มไม้, ซอกตึก, อย่าตัดสินใจ ซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ
8.ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ
9.ระวังคน ที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ
10.อย่าซื้อทุเรียนมาปอกเอง
11.หนังสือดีคือหนังสือที่เราชอบอ่าน, หนังดีคือหนังที่เราชอบดู
12.อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ
13.อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความรู้สึก
14.เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ
15.อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ
16.รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันไม่อยู่ขวาเสมอไป
17.ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ ยังไงเพื่อนต้องมี
18.ตลาด อ.ต.ก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา
19.เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน
20.ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป
21.คนไม่กินเนื้อ ไม่ได้แปลว่าเป็นคนดีเสมอไป
22.เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีน ออกจากปากให้หลับตาด้วย
23.ปูอัด มันทำจากปลา
24.กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า
25.อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ
26.ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรก อ้วนขึ้นนะ กับประเภทที่ 2ผอมลงนะ
ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา
27.คนที่เอาหมวกตำรวจ หรือชุดตำรวจแขวนไว้หลังรถมิใช่เพราะบ้านเค้าไม่มีตู้ เค้าไม่ได้ลืม
เค้าแค่กลัวคนไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร
28.คนที่มีรถทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆตัว เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเรา
29.คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ
30.ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน
31.จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา
32.เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดูหน้าที่ตัวเองพูดถึงมักจะหาไม่เจอ
33.ขนมและน้ำในโรงหนัง จะแพงกว่าข้างนอก
34.ห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายเข้าไปดูเป็นพวกโรคจิต,ห้องน้ำผู้ชายผู้หญิงเข้ามาดูเป็นแม่บ้าน.
35.เวลารถติด เลนอื่นมักไปได้เร็วกว่าเลนเราเสมอ
36.ถ้าเราขับรถไม่ทันไฟเขียวเป็นคันสุดท้าย ให้คิดว่าเดี๋ยวเราจะได้ไปเป็นคันแรก
37.ถ้ามีการแนะนำตัวว่า "นี่เพื่อนฉัน" หมายความว่า "แฟนฉัน"
38.ถ้ ามีการแนะนำตัวว่า "นี่แฟนฉัน" หมายความว่า "ผัว/เมียฉัน "
ขอขอบคุณ คุณโน๊ต อุดม แต้พานิช มา ณ โอกาสนี้ครับ
edit @ 29 Jun 2009 22:15:36 by Maxcoffee